คนรุ่นใหม่ต้องใจพร้อม

934255289

เมื่อประมาณวันที่ 24-26 ตุลาคมที่ผ่านมา มีโครงการอบรมข้าราชการบรรจุใหม่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ณ ศาลาสุวรรณบรรพต วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร พร้อมๆ ไปกับได้สร้างความคาดหวังถึงสิ่งที่จะตามมา โดยเฉพาะอัตลักษณ์ของความเป็นข้าราชการกับความเป็นชาวพุทธเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่ท้าทายระหว่างตัวตนของเรากับภารกิจหน้าที่

ผู้เขียนนึกถึงภาพปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ขณะที่มือข้างหนึ่งถือกระเป๋าอีกข้างถือย่าม พอก้าวขาเข้าสู่รถไฟก็พบว่าทุกที่นั่งเต็มหมดทั้งที่มีรูปสัญลักษณ์เป็นรูปพระ เด็ก คนชราและสตรีมีครรภ์พร้อมข้อความว่า “โปรดเอื้อเฟื้อ” ติดอยู่ แต่ก็เป็นเพียงข้อความบอกเล่าเท่านั้น ไม่ใช่คำสั่งให้ต้องทำตาม อาจเป็นไปได้ที่ชีวิตของคนเมือง เคยชินกับการรับคำสั่งมากกว่าคำขอร้อง จึงไม่ปรากฏว่าจะมีใครคนใดลุกขึ้นให้พระนั่งแม้แต่น้อย

แต่ก็ยังดีที่ยังมีเสาอยู่กลางรถไฟพอให้ยืนจับเป็นที่พึ่งได้บ้าง พอผ่านไปไม่กี่สถานีก็มีคนเริ่มทยอยเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลายคนที่เป็นผู้หญิงก็จะรู้หน้าที่พยายามหลีกไม่ไปยืนใกล้กับพระ แต่ในจำนวนกลุ่มคนเหล่านั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน จากชุดที่ใส่รู้ได้ทันทีว่าเป็นนักศึกษา ขึ้นมาถึงก็เดินตรงเข้ามาหาเสาที่พระยืนอยู่ทันที

ขณะที่เพื่อนหญิงที่เป็นนักศึกษาด้วยกันพยายามจะบอกว่า “ใกล้พระไม่ได้” ก็ได้เสียงตอบดังฟังชัดจากนักศึกษาคนนั้นทันทีว่า “นี่เป็นที่สาธารณะไม่ใช่สมบัติของใคร จะยืนตรงไหนก็เป็นสิทธิของฉัน”

พระท่านได้ยินเหมือนจะล่วงรู้สถานการณ์ จึงปล่อยเสาต้นนั้นแล้วเบียดตัวเองเข้าหามุมติดกับประตูอีกฝั่งทันที ใจก็คิดว่า “แล้วสิทธิของฉันละอยู่ไหน?” ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้น ตามประสาคนที่เหนื่อยล้าจากการยืนถือกระเป๋านานๆ ยิ่งสายตามองไปยังที่นั่งก็ให้นึกถึงว่าหากเป็นสิทธิที่ใครมาก่อนแล้วได้นั่งก่อนก็ยิ่งให้สะท้อนใจไปอีกว่า “ก็แล้วสิทธิของคนที่จับเสานี้ก่อนล่ะอยู่ที่ไหน” ยิ่งคิดไปความไม่พอใจก็เพิ่มมากขึ้นทุกที แต่ด้วยความฝึกฝนตนเองและสอนผู้อื่นมานานพอควรจึงเริ่มหยุดความคิดนั้น เพราะไม่อย่างนั้นคงจะมีภาพพระยืนโต้เถียงหรือกำลังยื้อยุดฉุดกระชากเสากับเด็กซึ่งคงไม่งามเท่าไหร่นัก

พอหยุดคิดสติก็กลับมาจึงหวนนึกถึงพระพุทธดำรัสที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร พอจับใจความได้ว่า

…ถ้าเรื่องใดที่เป็นส่วนตัวไม่ว่าจะถูกหรือผิดให้เราใช้ความอดทนนิ่งสงบไว้ ไม่ตอบโต้ เพราะถ้าเขาว่าเรานั้นถูกเราก็ปรับปรุงแก้ไขหรือถ้าว่าเรานั้นผิดเราก็รู้แก่ใจไม่เห็นต้องสนใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องของพระพุทธศาสนาเราจะนิ่งละเฉยไม่ได้ ต้องใช้ปัญญาโต้ตอบให้เห็นถึงความถูกผิดและแก้ไขให้ถูกต้องจึงจะเหมาะสม…

ปัญหาเรื่องบนรถไฟนั้นเป็นแค่เรื่องส่วนตัวที่ควรจะอดทนนิ่งเฉยเสีย เพราะถ้าทำอะไรลงไป คนทั่วไปคงไม่ได้จำว่าพระกำลังปกป้องสิทธิของตัวเอง แต่จะจำภาพว่าพระพุทธศาสนาเสื่อมลงเพราะไม่ได้พัฒนาจิตใจท่านให้สูงขึ้น หรือถ้าคิดจะแก้ปัญหาก็ควรเสริมสร้างความเสียสละ ก็อย่างที่พระท่านเสียสละเสาต้นนั้นให้เด็กไปก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีมิใช่หรือ?

ฉะนั้น ปัญหาที่ข้าราชการหรือชาวพุทธรุ่นใหม่ทุกคนควรตระหนักก่อนก็คือ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวก็จงอดทนนิ่งเฉยไว้เสีย แต่ถ้าเป็นเรื่องพระพุทธศาสนาจะน้อยหรือมากก็ต้องช่วยกันปกป้องด้วยการศึกษาให้ถูกต้องเสียก่อนแล้วจึงชี้แนะให้ถูกทาง

เพื่อความงดงามไพบูลย์ของพระพุทธศาสนายิ่งๆ ขึ้นไป

คอลัมน์ หน้าต่างศาสนา

พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ

You may also like...